Friday, July 10, 2009

my project

//VISUAL CONSTRUCTOR : 2009//

จบลงไปแล้วกับงานสร้างภาพ หรือ VISUAL CONSTRUCTOR ของชาว VISUAL COMMUNICATION ARTS of ABAC UNIVERSITY สร้างภาพให้ตราตรึงใจกันถ้วนหน้า โดยงานนี้ได้ guest speaker แถวหน้าจากวงการกราฟฟิคมาพูดคุยด้วย เกล็ดคมกริบที่นำมาพูดคุย เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ที่สนใจงานกราฟฟิคหน้าใหม่ ที่กำลังจะบินในเร็ววันนี้


จากขวา: คุณวีร์ วีรพร http://www.weeviraporn.com/ , คุณเคลวิน หว่อง จาก K Kelvin Studio ,คุณจิ๊ด พิชิต วีรังคบุตร ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการออกแบบ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)และอาจารย์แต๊ป วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ จาก graphicfarm

อยากแบ่งบันเรื่องราวที่พูดคุย เพิ่งจะเรียบเรียงข้อความไปยังไม่ถึงประโยคแล้วโชคก็เข้าข้างเป็นอย่างยิ่ง เมื่อบังเอิญเข้าไปแวะเวียนเว็บของ คุณวีร์ วีรพร www.weeviraporn.com Guest Speaker ของเราในวันนั้น จึงได้ทั้งข้อมูลจากเรื่องเล่าที่คุณวีร์สรุปไว้ได้ดีมาก และภาพของเหล่า Guest Speaker ทุกท่าน จากภาพพยายามหาตัวเองอย่างแรง และเราก็เล่นนั่งหน้าสุด ในรูปจะต้องติดแน่นอน และก็ติดจริง ติดปลายเท้าเข้าอย่างจัง (แค่นั้น..) ซึ่งขอเนียน และตรงกันกับคอนเซ็บ งาน "Foot Story" ของบาบูน พาเหรดในวันแสดงงาน ไว้โอกาสหน้าจะนำมาหน้าชม

//พี่สอนน้อง//
รวมรวมโดย คุณวีร์ วีรพร

  • การทำงานจริงต่างกับตอนเรียนเพราะความรับผิดชอบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเองอีกแล้ว เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่คนอื่นมอบหมาย รับผิดชอบความคาดหวังของผู้ว่าจ้าง ความกดดันต่างๆจึงเพิ่มขึ้นหมาศาล
  • เวลาเริ่มทำงานต้องพยายามมองให้เห็นปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งบางทีลูกค้าอาจจะไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร เราต้องเข้าไปเรียนรู้และเค้นออกมาให้ได้
    ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะเสนอสิ่งที่ดีกว่าที่ลูกค้าขอมาตอนแรก เพราะถ้าผลออกมาดี ก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
  • พยายามอย่าให้ลูกค้ามองว่าการทำงานกับเราเป็นการรับจ้างทำของ แต่ให้เห็นอาชีพนักออกแบบเป็นที่ปรึกษา
  • ไม่ควรเริ่มทำงานโดยมีรูปแบบผลงานที่คิดไว้ หรือสไตล์ที่ต้องการทำเป็นที่ตั้ง เพราะนั่นอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด
  • portfolio สำคัญกว่าเกรด งานสายนี้ไม่มีใครดูเกรดประกอบการตัดสินใจรับคน
    ควรทำ portfolio ที่จับต้องได้ ไม่ค่อยมีใครชอบนั่งดูงานจากบนหน้าจอ โดยเฉพาะที่ส่งเป็น CD ไป มีโอกาสที่จะไม่ถูกเปิดดูสูงมาก
  • ถ้าเป็นไปได้ ควรเตรียม portfolio ไว้มากกว่าหนึ่งรูปแบบ สำหรับงานแต่ละประเภท
    อย่างก หรือประหยัดงบในการจัดทำ portfolio เพราะมันเป็น passport ที่จะนำคุณไปในที่ที่ไม่เคยไป เหมือนที่เวลาจะเดินทางไปเมืองนอกเราต้องทำทุกวิถีทางให้ได้visa
  • เวลาไปสมัครงานต้องนำเสนอตัวเองให้ดีที่สุดสร้างความประทับใจแรกพบให้ดีที่สุด
  • คอยดูแลเว็บส่วนตัวอย่าง Hi5, Facebook, Myspace, Multiply ของตนให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะอาจถูกว่าที่นายจ้างที่ช่างขุดคุ้ยบางคนแอบดูตัวตนที่คุณภูมิใจนำเสนอโดยไม่เสแสร้งอยู่ก็ได้
  • ไม่ควรรีบร้อนไปเรียนต่อทันที่หลังจากเรียนจบ เพราะคุณยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และต้องการทักษะด้านไหนมาเสริมตัวเองให้สมบูรณ์ขึ้น
  • ไม่ควรรีบร้อนเปิดบริษัทของตัวเองทันทีที่เรียนจบ เพราะโอกาสล้มเหลวมีสูงมาก การเอาตัวรอดในเส้นทางนี้ต้องการทักษะหลายอย่างที่สถานศึกษาไม่ได้สอน เช่น การโน้มน้าวใจ การบริหารคน การดูแลเรื่องเงินทอง เป็นต้น
  • เลือกทำงานที่แรกกับบริษัทที่ดี ซึ่งไม่ได้แปลว่าต้องเป็นบริษัทใหญ่ แต่ต้องเป็นที่ที่มีผลงานดี มีคนเก่งๆ มีเรื่องให้เราได้เรียนรู้
  • ที่ทำงานที่แรก และเจ้านายคนแรก มีผลต่ออนาคตการทำงานของคุณมาก
  • วางแผนชีวิตห้าปีของตัวเองไว้เสมอ แม้จะล้มเหลวก็ไม่เป็นไร แต่อย่าดำเนินชีวิตไปโดยไม่มีแผน
  • ไม่ต้องวิตกถ้าตัวเองยังไม่มีความฝัน หรือยังไม่มีวี่แววจะไปถึงความฝัน เพราะตอนพวกพี่ๆเพิ่งจบ แต่ละคนก็มองไม่เห็นอนาคตตัวเองเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็จงมีแผน
  • ทำงานทุกชิ้นให้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าติดใจ และจะได้มีงานชิ้นต่อๆไปจากลูกค้ารายเดิม
  • ในการขายงาน ต้องพยายามทำตัวเป็นคนพากย์มวยที่เก่ง เรื่องเดิมๆ ก็ต้องพูดให้น่าตื่นเต้นได้
  • หากไม่สามารถไปพรีเซนต์งานได้ อย่าส่งงานไปทางอีเมล์เฉยๆ โดยไม่มีการอธิบาย เมล์เสร็จแล้วโทร.ไปชี้แจง

No comments:

Post a Comment